สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
อัปเดตล่าสุด :
เราจะศึกษาการเมืองในเอเซียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) อย่างไร จึงจะเข้าใจความเป็นจริงให้ใกล้เคียงที่สุด?
อย่างน้อยเราจะต้องเข้าใจความจริงหลายประการ ที่เราจะต้องตระหนักอยู่เสมอ ในการรับข้อมูล
- สื่อกระแสหลักทั้งหลายเกือบร้อยเปอร์เซ็น ควบคุมด้วยเจ้าของแหล่งทุนระดับโลก หรือเป็นกระบอกเสียงของรัฐ ที่นอกจากจะแสวงหากำไรในเชิงธุรกิจในเรื่องข่าวสารแล้ว เขาต้องการที่จะควบคุมความรู้สึกนึกคิด มุมมอง ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปในทิศทางที่เป็นผลประโยชน์ของแหล่งทุนที่ไห้การสนับสนุน (เอกชน รัฐ และกลุ่มการเมือง)
- เจ้าของเงินทุนในระดับประเทศ และในระดับโลก (OGCFC : Owners and Controllers of Global Finalcialized Capital) จะพยายามที่จะรวบเอาสื่อต่างๆมาอยู่ในเครือข่ายของตัวเองเพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ กลบเกลื่อนกิจกรรมการแสวงหาผลประโยชน์จากควบคุมทิศทางการใหลของเงินทุน การขับเคลื่อนให้เกิดสงครามเพื่อการเพิ่มพูนทรัพย์สินของกลุ่มทุนบางกลุ่ม ดังนั้นสื่อจึงไม่สามารถนำเสนอข่าวสารได้อย่างอย่างอิสระ
- ผู้อ่านควรจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกในการประกันมูลค่าและความมั่นคงของ "เงินดอลลาร์สหรัฐ" ซึ่งได้ยกเลิกหลักประกันที่เดิมเป็นทองแท่ง มาใช้ "เปโตรดอลลาร์" แทน ว่ามันทำงานอย่างไร และทำไมชาติใน GCC โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศซาอุดีอราเบีย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบการเงินของสหรัฐฯและของโลก
- ดังนั้นการรับข่าวสาร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสื่อกระแสหลัก) ผู้รับจะต้องมีความสามารถในการแยกแยะความจริงออกจากการกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานที่รองรับอย่างเพียงพอ น่าเสียดายว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนในเรื่องการแยกแยะนี้มาอย่างเป็นระบบ จะไม่สามารถแยกแยะได้ และมักจะตกเป็นเหยี่อของการโฆษณาชวนเชื่อไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม
- การเมืองโลกมีความซับซ้อนมาก มันมีหลายมิติ หลายชั้น หลายมุม ที่จะต้องนำมาใช้ในการวิเคราะห์ในคราวเดียวกัน โดยจะต้องบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งก็ต้องใช้ทักษะขั้นสูง และมุมมองแบบองค์รวม (holistic approach) อย่างมืออาชีพ และจะต้องมาใช้ข้อมูลที่ถูกต้องสามารถอ้างอิงและตรวจสอบได้
- เราควรศึกษาทฤษฎีทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่นำเสนอได้ นักวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจากค่ายตะวันตกและตะวันออก เช่น Heartland Theory (Halford Mackinder), Sea Power Theory (Alfred Mahan), Rimland Theory (Nicholas Spykman), Organic State Theory (Friedrich Ratzel), Game Theory เป็น
- สำหรับมุสลิมเราควรได้อ่านแนวคิดของอิบนุคอลดูน ในหนังสือ มุก๊อดดิมะฮ
- ความสามารถในการ "อ่านระหว่างบรรทัด (read between the lines)" และตั้งคำถาม รวมไปถึงการฟัง/ดูจากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญหลายๆฝ่าย การรวบรวมผลสรุปจากนักวิเคราะห์ทั้งหลาย เป็นสิ่งที่จำเป็นในการหาคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดกับความเป็นจริง
- ความเข้าใจถึงพลวัตของแต่ละชาติพันธุ์ ประเทศ อารยธรรม ศาสนา ความเชื่อ กลุ่มอุดมการณ์/ผลประโยชน์ โครงสร้างทางอำนาจที่แท้จริงของรัฐและของกลุ่มอุดมการณ์ ฯลฯ เป็นรากฐานที่จำเป็นในการทำความเข้าใจถึงสถานภาพ จุดยืน ของแต่ละชาติ/ประเทศในสถานการณ์โลก การศึกษาประวัติศาสตร์ของพัฒนาของ entities เหล่านี้ จะทำให้เราสามารถสร้างการตอบสนองที่น่าจะเป็น เมื่อแต่ละ entity มาอยู่ในสนามการเมืองโลกที่มีการผันผวนตลอดเวลา
- ความเข้าใจถึงธรรมชาติของอารยธรรมตะวันตก และอารยธรรมอิสลาม ส่วนอารยธรรมตะวันออก อื่นๆ เช่น อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ถื่อว่าเป็น optional ทั้งนี้ก็เพราะว่าวัฒนธรรมอื่นๆ นอกเหนือจากอารยธรรมอิสลาม ได้ค่อยๆปรับตัวและกลมกลืนไปกับอารยธรรมตะวันตก จนกระทั่งสงครามอารยธรรม จะเกิดขึ้นระหว่างอารยธรรตะวันตกและอารยธรรมอิสลามเป็นหลัก ส่วนการปะทะกันระหว่างโลกมุสลิมกับอินเดีย ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องมองจากมุมของการปะทะกันระหว่างอารยธรรม และสามารถมองจากความขัดแย้งทางการเมืองตามปกติ
- เหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมุสลิม ปัจจัยที่เราจะต้องไม่มองข้ามนอก และจะต้องนำเข้ามาใช้ในการสร้างสมการดุลอำนาจในเวทีการเมืองโลก ได้แก่
- แนวทางจากอัลกุรอาน สุนนะฮของนบี (ศ็อลฯ)และบรรดาอุละมาอฺ/ผู้ปกครองที่ทรงธรรมในประวัติศาสตรอิสลาม ที่มีความเกี่ยวโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ของโลก รวมไปถึงการทำนายถึงธรรมชาติของโลกในยุคสุดท้าย สัญญาณของวันกิยามะฮฺ
- ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรละเลยที่จะเรียนรู้ว่าชาวคริสเตียน และชาวยิว ส่วนหนึ่งได้ยึดเอาคำอธิบายที่มาจากคัมภีร์ไบเบิล และคัมภีร์ตัลมูดจากนักวิชาการของเขา ที่เกี่ยวกับการกลับมาของพระเยซู หรือมะสีอาห์อย่างไร ในโลกยุกสุดท้าย ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจว่ามันเป็นหนึ่งในตัวกำหนดบริบท และมีความเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองในเอเชียตะวันตกในปัจจุบันอย่างไร
- โครงสร้างและพลวัตทางด้านประชากรศาสตร์ของแต่ละประเทศ ศาสนา และชาติพันธุ์ รวมไปถึงความเป็นเอกภาพของประชากรในพื้นที่
- ภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ประเทศ ความท้าทายทางด้านโลจิสติค ที่มีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านยุทธศาสตร์สงคราม
- การกระจายของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน น้ำ แร่หายาก
- ธรรมชาติ ความแข็งแกร่งของอารยธรรม และการสืบทอดทางอารยธรรม ที่ฝังแน่นอยู่ใน DNA ของประชากรในแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์ รัฐชาติ ที่เป็นตัวแสดงในโรงละครการเมืองโลก
- พัฒนาการจากโลกขั้วเดียว (Single Superpower or single polar world) ที่มีอเมริกาเป็นมหาอำนาจหนื่งเดียว สู่โลกหลายขั้ว (Multi-polar world) ที่มีมหาอำนาจอื่นที่คานอำนาจอยู่ ได้แก่ จีน และรัสเซีย หากมองในมุมของขั้วอำนาจ อาจจะแบ่งได้คร่าวดังนี้ สหรัจอเมริกายุโรปและพันธมิตร ประเทศในกลุ่ม BRICS และที่กำลังก่อตัวอย่างช้าๆ ก็คือขั้วโลกอิสลาม ซึ่งมีตุุรเกีย ซาอุดี และอิหร่านเป็นแกนนำ
- มีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่สามารถใช้ในการทำความเข้าใจคำอธิบายกลไกของความผันผวนของเศรษฐกิจโลกโดยนักวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกได้
- โครงสร้างและพลวัตทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ ประเทศ หรือกลุ่มประเทศ
- โครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม ระบบดารเมือง ระบบชนชั้น การศึกษา ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ การกระจุกตัวหรือการกระจายตัวทางด้านเศรษฐกิจ
- ความเข้มแข็งของกองทัพ และอุตสาหกรรมการทหาร ของประเทศ
- ความสามารถทางด้านการทูตของแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงนโยบาย และยุทธศาสตร์ทางการทูต
เราจะเห็นว่า ในฐานะมุสลิม (หรือไม่ใช่มุสลิมก็ตาม) การที่เราจะเข้าใจพลวัตของการเมืองโลกที่ถูกต้อง ไม่เป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีมุมมองที่คับแคบที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพหุสังคมอย่างเช่นสังคมในประเทศไทย นั้นต้องการองค์ความรู้ที่ครอบคลุมทั้งในแนวกว้างและในแนวลึก ที่ยากมากที่จะมีอยู่อย่างครบถ้วนในคนใดหนึ่ง ดังนั้นกล่าวโดยทั่วไปความเข้าภูมิรัฐศาสตร์ของการเมืองโลกแบบองค์รวม (holistic view) นั้นต้องการการรับฟังข่าวสาร การวิเคราะห์ การทำนาย ของผู้เชี่ยวชาญจากมุมต่างๆอย่างเพียงพอ เพื่อให้เราสามารถใช้ Critical Thinking (วิจารณญานที่มาจากการใช้ข้อมูล และตรรกะที่เหมาะสม) เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป สำหรับตัวเราเอง และสามารถนำไปปรับใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
รศ.ดร.ชัยรัตน์ ศิริพัธนะ
อัปเดตล่าสุด 11 เม.ย. 2569
ข้อสรุปเบื้องต้นของที่มาของสงครามและความขัดแย้งในเอเชียตะวันตก: กรณีสงครามสหรัฐ (+อิสราเอล) กับอิหร่าน
สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย หรือไม่ต้องการศึกษาแบบเจาะลึก ท่านสามารถนำข้อสรุปเบื้องต้นต่อไปนี้ เพื่อใช้ในการทำความเข้าใจสถานการณ์การเมืองในเอเชียตะวันตก
- สถานการณ์สงครามในเอเซียตะวันตก ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงของลัทธิล่าอาณานิคมตะวันตก ที่ยังคงพยายามที่จะครอบงำประเทศอาหรับและประเทศมุสลิม ให้อยู่ภายใต้อำนาจ เพื่อพวกเขา (นำโดยมหาอำนาจหนึ่งเดียว หรือสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล) เพื่อจะควบคุมการไหลของทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ หรือแร่ธาตุหายาก เป็นต้น ให้ไปในทิศทางที่สหรัฐและพันธมิตรเป็นผู้กำหนด ในร้อยปีที่ผ่านมานั้นอาจจะเรียกว่าสหรัฐฯ มีอำนาจในการควบคุมกลุ่มประเทศ GCC ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะเป็นผู้ที่ (ร่วมกับอังกฤษ ฝรั่งเศส) ทำให้มีประเทศเหล่านี้แยกออกมาจากอาณาจักรออตโตมาน กลายเป็นประเทศอิสระ โดยมหาอำนาจเหล่านี้เป็นผู้ขีดเส้นแบ่งให้เป็นประเทศ และแต่งตั้งอยู่ปกครองขึ้นมา ตามที่เป็นประโยชน์ในการปกครองโดยทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นผู้ปกครองประเทศ GCC ทั้งหมดจึงอ่อนแอทางด้านการป้องกันประเทศ จึงต้องยอมอยู่ภายใต้กรอบการดูแลความมั่นคงโดยสหรัฐฯ มาจนถึงปัจจุบัน
- มหาอำนาจ (อังกฤษ และสหรัฐ) ได้ทำให้ประเทศอิสราเอลเกิดขี้นบนแผ่นดินปาเลสไตน์ (ที่เขาได้จากการแยกมาจากอาณาจักรออตโตมาน) ตัวเหตุผล/วาระซ่อนเร้นอื่นๆอีกหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งชัดเจนก็คืออิสราเอลเป็นรัฐเอเยนต์ที่ทำหน้าที่ควบคุมเอเชียตะวันตก ในฐานะของมหาอำนาจในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอย่างไม่จำกัด ที่คอยป้องกันไม่ให้ชาติอาหรับและโลกมุสลิมสามารถรวมตัวเป็บปีกแผ่นเป็นเอกภาพ และมีความเข้มแข็งพอที่ท้าทายอำนาจทางการทหารของสหรัฐและอิสราเอลได้
- รัฐอิสราเอล มีแผนการที่จะขยายอาณาเขตให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริสและแม่น้ำไนล์ โดยพวกเขายืดถือว่าเป็นพื้นที่ตามพันธสัญญาที่พระเจ้าได้มอบให้ชาวยิว เป็นพื้นที่ที่เรียกว่า "The greater Israel"
- อิสราเอลใช้ทุกกลยุทธในการขยายดินแดนเพื่อ "The greater Israel" ไม่ว่าจะเป็นการไม่กำหนดเส้นแบ่งเหตุระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดความคลุมเครือ การอ้างภัยคุกคามจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่ออิสราเอล แต่ใช้วิธีการทำสงครามขยายอาณาเขต แล้วไม่ถอนทหารกลับ แต่กลับจัดตั้งนิคมชาวยิวให้ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวเข้าไปอาศัย โดยไม่คือกลับให้เจ้าของเดิม ก่อนหน้าทำสงคราม
- การขยายดินแดนของอิสรอเอลและการเป็นมหาอำนาจทางการทหารในเอเชียตะวันตกเป็นนโยหลักของอิสราเอล โดยได้รับการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากสหรัฐฯ

แผนที่แสดงพื้นที่ที่อิสราเอลเรียกว่า "The Greater Israel"
เรียบเรียงและสรุปจากการดูการบรรยายของศาสตราจารย์ จอห์น เจ เมอร์ไชเมอร์ (Prof. John J. Mearsheimer) ในหัวข้อ
นโยบายของสหรัฐเกี่ยวกับตะวันออกกลาง : แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการฆ่าล้างเผ่าพันธุุ์
นำเสนอที่ Arab Center Washington DC เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2026

6. ตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในสามพื้นที่ของโลกที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งต่อสหรัฐอเมริกา เพราะมันเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำมัน อีกสองพื้นที่คือยุโรปและเอเชียตะวันออก และพื้นที่เหล่านั้นก็มีความสำคัญเพราะมีมหาอำนาจอื่นๆ ตั้งอยู่ ตะวันออกกลางมีความสำคัญเพราะน้ำมัน และสิ่งที่สหรัฐต้องการก็คือ ให้แน่ใจว่าจะ ไม่มีรัฐใดรัฐหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐพื้นเมืองของตะวันออกกลางหรือจากภายนอก ควบคุมน้ำมันทั้งหมด
7. สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาผ่านไป ปัญหาน้ำมันได้จางหายไป เพราะจริงๆ แล้วไม่มีภัยคุกคามจากประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะครอบครองน้ำมันทั้งหมดในตะวันออกกลาง ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงไม่ต้องกังวลมากนักเกี่ยวกับตะวันออกกลางเพราะเรื่องน้ำมัน
และเหตุผลที่สหรัฐฯยังคงให้ความสำคัญกับตะวันออกกลางอย่างมากในวันนี้ ก็เพราะความสัมพันธ์ของสหรัฐกับอิสราเอล
8. และข้อเท็จจริงก็คือ อิสราเอลมีความสัมพันธ์ที่พิเศษมากกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ คิอสหรัฐอเมริกาสนับสนุนอิสราเอลโดยไม่มีเงื่อนไข สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลมีผลประโยชน์ของชาติที่แตกต่างกันในบางช่วงเวลา เพราะไม่มีประเทศใด ไม่มีสองประเทศใดที่มีผลประโยชน์ของชาติเหมือนกันตลอดเวลา แต่ในกรณีที่ผลประโยชน์ของชาติของอิสราเอลและผลประโยชน์ของชาติของอเมริกาแตกต่างกัน สหรัฐอเมริกาจะดำเนินการในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของอิสราเอลก่อน และเหตุผลก็คือ เพราะอำนาจของกลุ่มล็อบบี้อิสราเอลมีอำนาจมหาศาล
9. นโยบายต่างประเทศของสหรัฐในตะวันออกกลางนั้นส่วนใหญ่
ถูกขับเคลื่อนโดยอิสราเอล และแน่นอนว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นคือกลุ่มล็อบบี้ ยุทธศาสตร์ใหญ่ของอิสราเอลในภูมิภาคนี้มีสามส่วน
- ส่วนแรก พวกเขาต้องการขยายพรมแดน พวกเขาต้องการสร้างอิสราเอลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้รวมถึงดินแดนที่ถูกยึดครอง เช่น เวสต์แบงก์และกาซา แต่ความทะเยอทะยานของอิสราเอลไปไกลกว่านั้น พวกเขาต้องการยึดครองเลบานอนตอนใต้ไปจนถึงแม่น้ำลาตานี พวกเขาต้องการยึดครองบางส่วนของซีเรียตอนใต้ ผมคิดว่าพวกเขาอยากจะยึดครองอีสต์แบงก์ด้วย ถ้าทำได้ และขยายเข้าไปในไซนาย
- เป้าหมายที่สองคือการกวาดล้างชาติพันธุ์ในดินแดนที่พวกเขายึดครอง และ ณ จุดนี้ เรากำลังพูดถึงฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์เป็นหลัก ในขณะนี้มีชาวยิวอิสราเอลจำนวนพอๆ กับชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลในปัจจุบัน และนั่นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวอิสราเอลชาวอิสราเอลยินดีที่จะยอมรับชาวปาเลสไตน์ประมาณ 20% แต่เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่สัดส่วนประมาณ 50/50 นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ดังนั้นชาวอิสราเอลจึงมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะกวาดล้างชาติพันธุ์ ที่ไม่ใช่ชาวยิวในพื้นที่ที่อิสราเอลครอบครอง
- เป้าหมายที่สามเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน อิสราเอลต้องการทำให้แน่ใจว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยใช้สองวิธีหลักๆ วิธีแรกคือการมีประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็คือ
อียิปต์และจอร์แดน รวมถึงเลบานอนด้วยในระดับหนึ่ง พวกเขาต้องการประเทศต่างๆ ที่อยู่ติดกับพรมแดนของพวกเขาถ้าหากวิธีนี้ไม่ได้ผลกับประเทศใหญ่ๆ อย่างซีเรีย อิหร่าน ตุรกี พวกเขาก็ต้องการทำลายประเทศเหล่านั้น สิ่งที่อิสราเอลสนใจมากในอิหร่านคือการทำลายอิหร่านในแบบเดียวกับที่ซีเรียถูกทำลาย พวกเขาต้องการแบ่งมันออกเป็นส่วนๆ ถ้าพวกเขาทำอย่างนั้นไม่ได้ พวกเขาก็อยากจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและจัดตั้งระบอบการปกครองในอิหร่านที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา
10. สิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาหลังจากวันที่ 7 ตุลาคมคือชาวอิสราเอลมองหาโอกาสที่จะกวาดล้างฉนวนกาซา การกวาดล้างครั้งใหญ่สองครั้งที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 7 ตุลาคม ดังที่ทราบกันดี เกิดขึ้นในปี 1948 และ 1967 และการกวาดล้างทั้งสองครั้งนั้นเกิดขึ้นในบริบทของสงคราม และเมื่อคุณมีสงคราม ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณได้รับหลังจากวันที่ 7 ตุลาคม ชาวอิสราเอลก็มีโอกาสที่ดีเยี่ยมที่จะกวาดล้างฉนวนกาซา และพวกเขาคิดว่าสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้คือพวกเขาสามารถใช้กำลังทหารมหาศาล โดยเฉพาะกำลังทางอากาศ พวกเขาสามารถลงโทษประชากรชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาจนถึงจุดที่พวกเขาต้องออกจากฉนวนกาซา พวกเขาสามารถกวาดล้างฉนวนกาซาทางชาติพันธุ์ได้ และความหวังของพวกเขา
คือชาวอียิปต์และชาวจอร์แดนจะยอมรับชาวปาเลสไตน์ เพราะชาวอิสราเอลจะลงโทษพวกเขาอย่างหนักหน่วง แล้วชาวอียิปต์และ
ชาวจอร์แดนจะไม่ยอมรับพวกเขาได้อย่างไร?
11. ในกรณีของอิหร่าน สาเหตุที่สหรัฐเริ่มสงครามตั้งแต่แรก มันค่อนข้างชัดเจนว่าอิสราเอลได้หลอกล่อประธานาธิบดีทรัมป์ให้เริ่มสงครามนี้ ทั้งๆที่รัฐบาลเงา (deep state) ไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้ แต่เนทันยาฮูในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มุ่งมั่นอย่างมากที่จะโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อจะปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและสร้างระบอบการปกครองที่เต้นตามจังหวะของสหรัฐ หรือทำลายประเทศอิหร่านไปเลย
12. มีบุคคลหลายคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลได้บอกกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า
"นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี มันอาจจะไม่ได้ผล" หรือ "เราไม่มีกลยุทธ์ทางทหารที่ใช้ได้ผล และสภาข่าวกรองแห่งชาติได้จัดทำรายงานที่ระบุว่ามันจะไม่ได้ผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมอสสาดได้โน้มน้าวทั้งนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูและประธานาธิบดีทรัมป์ว่าสหรัฐและอิสราเอลสามารถชนะได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยการเปิดฉากการโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการฆาตกรรมผู้นำ และเมื่อทำเช่นนั้น ระบบทั้งหมดก็จะพังทลายลง
13. แต่ถ้าแผนการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ สงครามจะกลายเป็นสงครามที่มุ่งเน้นที่การทำลายหรือบั่นทอนซึ่งกันและกัน (war of attrition) และสหรัฐ (และอิสราเอล) ไม่สามารถชนะสงครามลักษณะเช่นนี้ได้ เพราะ
- กองทัพเรืออันทรงพลังที่สหรัฐมี ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์พูดถึงการใช้เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่สามารถนำกองทัพเรือนั้นไปใกล้กับอิหร่านได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเกรงว่ามันจะถูกจมลงก้นทะเลโดยขีปนาวุธร่อนของอิหร่านหรือโดรนของอิหร่าน ดังนั้นจึงไม่ใช่ฐานทัพที่มีประโยชน์มากนัก
- เรามีฐานทัพ 13 แห่งในภูมิภาคนี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าฐานทัพทั้ง 13 แห่งนั้น ได้รับความเสียหายอย่างหนักหรือถูกทำลายไปหมดแล้ว
- ในแง่ของกำลังภาคพื้นดิน การบุกโจมตีทางภาคพื้นดิน คุณรู้ไหม ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งจะเคลื่อนกำลังพล 7,000 นายเข้าสู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยที่จะได้รับชัยชนะทางทหารใดๆ ด้วยกำลังพลภาคพื้นดินจำนวนน้อยเหล่านั้น
- ในแง่ของการรบทางอากาศ ในการปฏิบัติการกู้ภัยครั้งล่าสุด สหรัฐได้สูญเสียเครื่องบินในวันเดียว มากกว่าที่เราเคยสูญเสียมาในช่วงเวลาใดๆ นับตั้งแต่สงครามเวียดนาม และในการปฏิบัติการกู้ภัยที่ควรจะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ จำนวนเครื่องบินที่สูญเสียก็มากกว่านั้นอีก เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่สงครามเวียดนาม และหลังจากนั้นสหรัฐก็ทำสงครามมาอีกมากมายนับตั้งแต่นั้นมา
- สหรัฐกำลังขาดแคลนขีปนาวุธและกระสุนระดับก้าวหน้า นี่เป็นความล้มเหลวในการพยายามสกัดกั้นจีน แทนที่จะหันไปให้ความสำคัญกับเอเชีย แต่สหรับกำลังหันเหออกจากเอเชีย โดยการนำขีปนาวุธ THAAD ขีปนาวุธ Patriot และหน่วยนาวิกโยธินนี้ออกจากเอเชียตะวันออกเพื่อจัดการกับปัญหาที่ที่เผชิญในตะวันออกกลาง
- และสุดท้าย สหรัฐก็ไม่มีความสามารถในการปกป้องพันธมิตรของเราใน GCC ที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากอิหร่าน นั่นเป็นเพียงด้านของอเมริกาเท่านั้น
- หากมองจากมุมของอิหร่าน ซึ่งน่าสนใจกว่า พวกเขากุมอำนาจเกือบทั้งหมด ในขณะนี้อิหร่านอยู่ในตำแหน่งที่ทรงพลังมาก ด้วยการตัดเส้นทางการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เขามีอำนาจที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกพังทลาย ส่วนมากเราจะพูดกันเฉพาะเรื่องน้ำมันและก๊าซ แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือเรื่องปุ๋ย ปุ๋ยหนึ่งในสามของโลกมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้เป็นฤดูเพาะปลูกในหลายประเทศ ผลที่ตามมาของทั้งหมดนี้ในอนาคต ผู้คนจำนวนมากอาจจะอดตายอันเป็นผลมาจากสงครามนี้
- นอกจากนี้ อิหร่านยังมีอำนาจต่อรองมหาศาลเหนือกลุ่มประเทศ GCC ทั้งหกประเทศนั้น ทำไม? เพราะอิหร่านสามารถทำลายประเทศเหล่านั้นได้ โดยการทำให้รัฐและประชาชนไม่สามารถดำเนินไปได้ วุ่นวายโกลาหล พวกเขาสามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศเหล่านั้นได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาสามารถทำลายโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของประเทศเหล่านั้นได้ เพราะมันเป็นเป้าขนาดใหญ่ที่มีจำนวนน้อย ชาวอิหร่านมีขีปนาวุธที่แม่นยำมากและโดรนอีกมากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาสามารถสร้างหายนะให้เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านั้นได้ภายในเวลาไม่กี่วัน นี่คือภัยคุกคามร้ายแรงและที่ทำให้พวกเขามีอำนาจต่อรองมหาศาล
14. มีบทวิเคราะห์จากนักวิจารณ์การเมืองโลกจำนวนมาก ที่ผุดขึ้นมาในช่วงนี้ ซึ่งสรุปสั้นๆว่าสหรัฐไม่มีทางออกใดๆ ที่จะออกจากสงครามนี้อย่างมีเกียรติ นอกจากจะต้องยอมรับพ่ายแพ้ด้วยการยอมรับเงื่อนไขที่อิหร่านกำหนด อย่างน้อยก็ขั้นต่ำสุดที่อิหร่านพอที่จะยอมรับได้ ซึ่งเราจะต้องติดตามกันต่อไป
15. ส่วนการดิ้นรนของอิสราเอลที่จะขยายดินแดน ตามแผนที่เขาวางไว้นั้น อิหร่านคงห้ามไม่ได้อย่างถาวร เพราะมันไม่ใช้แค่เพียงเป็นนโยบายของเฉพาะผู้นำของของเขา แต่การล้างสมองประชากรตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้การขยายดินแดนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์ที่ฝังลึกอยู่ในสมองของพวกเขา ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปัจเจกชน ไปจนถึงทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าซ้ายหรือขวา โดยพวกเขาเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะอยู่ฝากพวกเขาเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะผิดหรือถูก แม้ว่าพวกเขาจะมีพฤติกรรมก่อการร้าย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชาติอื่น ไม่ว่าจะเป็นชาวปาเลสไตน์ หรือเลบานอนก็ตาม ในขณะนี้อิสราเอลเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดต่อสันติภาพในเอเซียตะวันตก หรือแม้ในสนามการเมืองโลกโดยรวม
สรุปและเรียบเรียงโดย
รศ.ดร. ชัยรัตน์ ศิริพัธนะ
อัปเดตว่าสุด : 12 เม.ย. 2569
เผยโฉมอิสราเอลที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม: แผนการของเนทันยาฮูที่จะเปลี่ยนแปลงพรมแดนของเอเชียตะวันตกด้วยกำลัง
เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่นักวิเคราะห์จำนวนมากล่าวหาว่า อิสราเอลมีแผนการ “อิสราเอลยิ่งใหญ่” โดยสมคบคิดกับสหรัฐและตะวันตก แต่ในปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ยอมรับอย่างเปิดเผยแล้วว่า วิสัยทัศน์นี้กว้างไกลเกินกว่าพรมแดนปัจจุบันของอิสราเอล โดยมุ่งหมายที่จะยึดครองปาเลสไตน์ เลบานอน และจอร์แดนทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ยึดครองซีเรียส่วนใหญ่ บางส่วนของอิรัก คาบสมุทรไซนายของอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และแม้กระทั่งตุรกี
ตั้งแต่ความฝันในยุคแรกเริ่มของธีโอดอร์ เฮอร์ซล์ ไปจนถึงแผนการของโอเดด ยินอนในทศวรรษ 1980 กลยุทธ์นี้ชัดเจนมาโดยตลอด นั่นคือ การทำให้รัฐเพื่อนบ้านอ่อนแอและแตกแยกตามแนวทางแบ่งแยกทางศาสนา จากนั้นจึงเข้าครอบครองแผนที่ที่แตกแยกนั้น ในปัจจุบัน เมื่อฉนวนกาซาถูกปิดล้อม การตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ขยายตัว ซีเรียไม่มั่นคง และเลบานอนอยู่ภายใต้แรงกดดัน การรุกคืบทางดินแดนของอิสราเอลจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แผนที่สาธารณะของสมอทริชที่แสดงให้เห็นว่าอิสราเอลกลืนกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นนโยบาย
ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงมาก พรมแดนถูกกำหนดใหม่โดยใช้กำลัง กฎหมายระหว่างประเทศถูกละเลย ความขัดแย้งทางศาสนาทวีความรุนแรงขึ้น และเอเชียตะวันตกตกอยู่ในยุคแห่งความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด คำสารภาพของเนทันยาฮูไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ภูมิภาคนี้ไม่อาจเพิกเฉยได้
จาก: India Today Global (video) 15 ส.ค. 2525
นอกเหนือจากน้ำมัน: ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและประเทศในอ่าวเปอร์เซียก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่ม
จาก Mint (Youtube) 10 มี.ค. 2569
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ทรัพยากรที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน นั่นคือน้ำ ประเทศในอ่าวเปอร์เซียพึ่งพาโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเป็นอย่างมาก และความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้อาจเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี้ให้กลายเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์

หากโรงงานทำน้ำจืดเหล่านี้ถูกทำลาย ประชากรเกือบทั้งหมดจะต้องอพยบออกอย่างเร่งด่วน เพราะไม่มีแหล่งนัำสำรองอื่นอีกเลย ในแง่ของตำแหน่งที่ตั้งก็มักจะตั้งอยู่ริมอ่าวเปอร์เซีย โดยที่บูรณาการเข้ากับโรงงานผลิตไฟฟ้า หากมีการทิ้งระเบิด ทั้งน้ำและไฟฟ้าก็จะถูกทำลายไปพร้อมกัน ด้วยเทคโนโลยีจรวดนำวิถีที่มีความเร็วมากกว่า 5 เท่าของแสง เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะสร้างระบบป้องกันจากขีปนาวุธดังกล่าว ดังนั้นโรงงานผลิตน้ำจืดคือตัวประกันที่ทำให้ กลุ่มประเทศอาหรับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งอิหร่านหรือสหรัฐ สามารถ
ในแง่ความมั่นคงในเรื่องแหล่งน้ำ ถึงแม้ว่าพื้นที่ในประเทศอิหร่านจะมีความแห้งแล้ง แต่ยังมีแหล่งนี้ธรรมชาติที่เพียงพอ ในขณะนี้อิหร่านใช้น้ำจากการแยกน้ำจืดจากน้ำทะเลประมาณร้อยละ 10 ของความต้องการใช้งานของประเทศ และโรงไฟฟ้าจำนวนมากอยู่ใต้ภูเขา และกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้อิหร่านสามารถดำเนินสงครามระยะยาวได้ดีกว่า ประเทศ GCC และอิสราเอล
อิสราเอลก็มีสถานภาพที่ใกล้เคียงกันคือ ในปี 2022 น้ำดื่มของประเทศร้อยละ 86 ผลิตได้จากการแยกเกลือออกจากน้ำเค็มและน้ำกร่อย [อ้างอิง] หากอิสราเอลและสหรัฐ เริ่มทำลายโรงน้ำมันของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ อิหร่านอาจจะตอบโต้ด้วยการทำลายโรงผลิตน้ำจืดบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งในที่สุดอิสราเอลอาจตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน ทุกอย่างจะปานปลายไปเรื่อยๆ จนตะวันออกกลางพังพินาศ จะเกิดการเสียชีวิตของประชากรเป็นล้าน และมีการอพยบครั้งใหญ่ออกจากตะวันออกกลาง ซึ่งทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
