อิทธิพลทางวัฒนธรรมด้านอาหารของชาวมุสลิมที่มีต่อชาวนครศรีธรรมราชและประเทศไทย : "ข้าวมันแกง"

เมนูอาหารเช้าของชาวนครศรีธรรมราชมีความหลากหลาย โดยเฉพาะชาวมุสลิม เช่น โรตี ขนมครก ข้าวยำ ขนมจีน ข้าวหมก ข้าวเหนียวไก่ทอด ข้าวเหนียวปิ้ง เป็นต้น แต่เมนูยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ “ข้าวมันแกง”
ผู้เขียน : นายอุดม  วัลลีย์

ชาวมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น มาจากหลายแหล่ง ส่วนหนึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนหนึ่งอพยพมาจากถิ่นต่าง ๆ เช่น จากภาคกลาง จากปลายแหลมมาลายูทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก บางส่วนมาจากอินโดนีเซีย บางส่วนมาจากเยเมน เป็นต้น เมื่อได้ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอาศัย ก็ย่อมนำวัฒนธรรมประเพณีติดตัวมาด้วย ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายชั่วอายุคน แต่ก็ยังมีร่องรอยพอที่จะสืบค้นได้ หนึ่งในนั้นคือด้านอาหาร แรกเริ่มก็นำมาทำกินเฉพาะในกลุ่มชนของตน ต่อมาก็มีการแพร่หลาย และได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางแก่ชนพื้นถิ่นทั่วไป และมีการพัฒนาการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวัตถุดิบและรสนิยมของท้องถิ่น  จนเกิดเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมประจำถิ่นและประจำชาติไปในที่สุด   อาหารที่มีรากฐานมาจากชาวมุสลิมนั้นมีมากมายหลายชนิด  บางชนิดก็ยากจะสืบค้นว่ามาจากแหล่งใด  แต่เท่าที่ได้ศึกษาจากเอกสารและคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ ก็พอจะแยกแยะอาหารชนิดต่าง ๆ ได้ ดังต่อไปนี้

ข้าวมันแกง (Khao Mun Keang )

เมนูอาหารเช้าของชาวนครศรีธรรมราชมีความหลากหลาย โดยเฉพาะชาวมุสลิม เช่น โรตี ขนมครก ข้าวยำ ขนมจีน ข้าวหมก ข้าวเหนียวไก่ทอด ข้าวเหนียวปิ้ง เป็นต้น แต่เมนูยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ “ข้าวมันแกง” เมื่อพูดถึงข้าวมัน คนทั่วไปจะมีภาพจำว่า คือข้าวมันไก่ ซึ่งมีขายอยู่ทั่วประเทศไทย ในความเป็นจริงแล้ว ข้าวมันแกงของคนนครมีความแตกต่างจากข้าวมันไก่โดยสิ้นเชิง และมีเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น อาจพบบ้างในต่างจังหวัดแต่ก็มาจากชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชนำไปเผยแพร่

ประวัติความเป็นมาของข้าวมันแกงมีรากฐานความเป็นมาจากชาวมุสลิมมาลายูที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรมาลายู ( Malay Peninsula) พวกเขามีอาหารเฉพาะ ชื่อเรียกว่า “นาซิดาแฆ” ( Nasi Daqhang)  และนาซิเลอมะห์ (Nasi Lemak)  นาซิดาแฆ กับนาซิเลอมะห์  มีความคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน สันนิฐานว่ามาจากรากฐานเดียวกัน  นาซิเลอมะห์ นิยมกันมากในประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอาหารเช้า โดยใช้ข้าวขาวหุงด้วยน้ำกะทิ  กินกับแกงคั่วปลากระตักแห้งตัวเล็ก ๆ และไข่ต้ม  ส่วนนาซิดาแฆ จะนิมยมกันมากในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยนำข้าวขาวมาหุงกับกะทิ หรือคลุกกับน้ำมัน อาจผสมเครื่องเทศบางชนิดลงไปก็ได้ ใช้กินกับแกงปลาโอหรือปลาทูน่าชนิดหนึ่ง หรือแกงไข่ต้ม ควบคู่ไปกับอาหารอย่างอื่นแล้วแต่ชอบ   เมื่อชาวมุสลิมมาลายูได้โยกย้ายอพยพมาอาศัยในเมืองนครศรีธธรมราช จึงได้นำวิธ๊การหุงข้าวด้วยน้ำกะทิมาด้วย  แต่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัสดุดิบที่มีอยู่ตามท้องถิ่น และรสลิ้นของคนในพื้นที่  โดยใช้ข้าวเจ้า หรือข้าวสารดอกอ้อ หรือข้าวสังข์หยอด  หรืออาจผสมกันทั้งสองชนิด นำมาหุงกับกะทิ  โดยใส่เครื่องเทศบางชนิดลงไปด้วยเล็กน้อย  ใช้กินคู่กับแกงเฉพาะสไตล์ของคนมุสลิมมาลายู ที่มีรสชาติออกหวาน มีทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ แกงกุ้ง และแกงหอยแครง เป็นต้น

 ข้าวมันแกงนครศรีธรรมราช จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ที่ชาวมุสลิมได้ดัดแปลงมาจากอาหารของชาวมาลายู  จนกลายเป็นอาหารประจำถิ่นของนครศรีธรรมราช  เป็นอาหารที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและยังคงอยู่สืบทอดจนถึงปัจจุบัน  นอกจากเป็นอาหารร่วมสมัยที่ได้รับความนิยม แพร่หลายอยู่ทั่วไป ร้านน้ำชา ร้านอาหาร ร้านข้างทาง หรือรถเร่ขายอาหารแล้ว ยังเป็นเมนูยอดนิยมในงานเลี้ยงน้ำชาการกุศล งานมัสยิด หรืองานบุญต่าง ๆ ด้วย นับเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนในอดีตที่ส่งต่อมายังคนรุ่นหลังให้อยู่คู่กับจังหวัดนครศรีธรรมราชและประเทศไทยสืบไป