สินค้าฮาลาลมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างไร ?
ผู้เขียน : อุดม วัลลีย์

เมื่อพูดถึงคำว่า “ฮาลาล” (Halal) คนจำนวนมากเกิดความสงสัยภายในใจว่า มีความจำเป็นแค่ไหน สำคัญอย่างไร และมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศชาติแค่ไหน สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น เขาเข้าใจและเห็นความสำคัญชัดแจ้งอยู่แล้ว เพราะมันอยู่ในข้อบัญญัติตามหลักศาสนาที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว แต่ก็มีมุสลิมอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ว่า “ฮาลาล” มีความสำคัญและช่วยพัฒนาประเทศชาติอย่างไร ส่วนผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามมักเกิดคำถามและข้อกังขาว่า ทำไมต้องมี “ฮาลาล” ทั้ง ๆ ที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานของสินค้าต่าง ๆ ที่ผ่านระบบการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและมีกระบวนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานชัดเจนอยู่แล้ว มีความชัดเจนของปัญหานี้คือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานอื่น ๆ นั้น มีความแตกต่างกับเครื่องหมายรับรอง “ฮาลาล”
“ฮาลาล” เป็นเครื่องหมายรับรองตามบทบัญญัติทางศาสนา พิจารณามาหลักการและเกณฑ์ทางศาสนากำหนด คือ ต้องไม่มีสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนากำหนดเจือปนอยู่ เช่น ถ้าเป็นอาหารก็ต้องไม่มี หมู หรือที่มาจากหมู หรือสิ่งต้องห้ามอื่น ๆ ปะปน รวมถึงกระบวนการผลิตทุกอย่างต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาสนากำหนดทั้งสิ้น หากไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ สิ่งนั้น ๆ มุสลิมไม่สามารถนำมาบริโภคได้ ซึ่งหลักเกณฑ์อย่างนี้ไม่อยู่ในกระบวนการของการพิจารณารับรองเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า อื่น ๆ เกณฑ์ในการพิจารณารับรองสิ้นค้า ฮาลาล กับ มาตรฐานอื่น ๆ มีความคล้ายกันบ้างในเรื่องความสะอาด เพราะการรับรอง “ฮาลาล” นั้นจะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับความสะอาด (Tayyip) และคุณภาพด้วย
แล้วสินค้าฮาลาลมีส่วนพัฒนาประเทศชาติอย่างไร ในเมื่อประเทศไทยประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีมุสลิมเป็นชนส่วนน้อย ประมาณ ๗ - ๘ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เมื่อเราพิจารณาถึงภาพรวมของรายได้รวมของประชาติของประเทศไทย ในปี ๒๕๖๗ รายได้ที่เกิดจากภายในประเทศประมาณ ๑๘.๕๘ ล้านล้านบาท ส่วนรายได้ที่เกิดจากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ ๑๐.๖๓ ล้านล้านบาท หรือประมาณ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมภายในประเทศ ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า การพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญนั้นจะต้องอาศัยพึ่งพาการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ หากพึ่งรายได้ภายในประเทศอย่างเดียวไม่เพียงพอแน่นอน

ทีนี้เรามาพิจารณาถึงจำนวนประชากรของโลกที่นับถือศาสนาศาสนาอิสลาม ตัวเลขจากองค์การสหประชาชาติ พบว่าในปี ๒๕๖๗ มีประชากรมุสลิมทั่วโลกประมาณ ๑,๙๐๗ ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๒๓.๕ ของประชากรโลกทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี มีการคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๙๓ จะมีประชากรมุสลิมเพิ่มขึ้นถึง ๒,๗๖๓ ล้านคน หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ร้อยละ ๓๐ ของประชากรทั้งหมด ตัวเลขนี้ให้ความหมายว่า ประชากร ๑,๙๐๗ ล้านคน และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี เป็นกลุ่มที่ต้องการสินค้าฮาลาล เมื่อเราดูมูลค่าตลาดสินค้าฮาลาลทั่วโลก ในปี ๒๕๖๗ มีมูลค่ารวมถึง ๒.๑ - ๒.๓๕ ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ ๗๓.๕ - ๘๒.๕ ล้านล้านบาทไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล ขุมทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ ต่างพร้อมที่จะให้ประเทศไทยไปขุดไปแสวงหาช่วงชิง เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าของขุมทรัพย์ เขากำหนดเท่านั้น นั่นคือ สินค้าจะต้องมีเครื่องหมาย “ฮาลาล”
ถึงตรงนี้เรามาพิจารณาดูว่า ประเทศไทยเราในช่วงที่ผ่านมาเราได้ไปขุดขุมทรัพย์ขุมนี้มาได้เท่าไหร่ ในปี ๒๕๖๗ ไทยมีรายได้จากการส่งออกสินค้าฮาลาล ๒๕๒,๑๖๔ ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าของตลาดสินค้าฮาลาล ของโลก และตลาดสินค้าฮาลาลที่เราส่งออกส่วนใหญ่ก็เฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนเท่านั้น ในขณะที่ตลาดทั่วโลกกำลังรอเราอยู่แต่เราก็ส่งไปน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ
สำหรับประเภทธุรกิจฮาลาลที่สำคัญ ๆ ในประเทศไทย มีดังนี้
1. อุตสาหกรรมอาหาร และเกษตรแปรรูป ( Halal Food & Agriculture) ซึ่งถือเป็นตัวหลักสำคัญของสินค้าฮาลาลไทย ประกอบด้วย ข้าวและธัญญพืช เนื้อไก่และสัตว์ปีก อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องปรุงรสและซอส อาหารสัตว์เลี้ยง
2. ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เป็นมิตรต่อมุสลิม (Halal Tourism & Services) ประกอบด้วย โรงแรมและที่พัก การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) สปาและนวดแผนไทย
3. เครื่องสำอาง แฟชั่น และ รสนิยม ( Non – Food Halal Products) เครื่องสำอางฮาลาล แฟชั่นและเครื่องแต่งกายมุสลิม
4. โลจิสติกส์ฮาลาล ประกอบด้วย คลังสินค้าฮาลาล และบริการขนส่ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา

สำหรับประเทศไทยปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายฮาลาล อยู่ประมาณ ๒๐๑,๔๑๖ รายการ แบ่งเป็นอาหารเครื่องดื่ม ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ รายการ ร้านอาหารมากกว่า ๓,๕๐๐ ร้าน ผลิตภัณฑ์อุปโภคประมาณ ๑๐,๐๐๐ รายการ นอกจากนั้นก็เป็นประเภท ยารักษาโรค เคมีภัณฑ์ การขนส่ง เครื่องสำอาง และการบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
ดังนั้นเราจะเห็นว่าสินค้าฮาลาลเป็นขุมทรัพย์กองมหึมา ตักตวงอย่างไรก็ไม่หมด เพียงแต่เราต้องทำตามกฏเกณฑ์ให้ถูกต้องตามที่เขากำหนดมาเท่านั้น ตลาดสินค้าผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจอย่างเสรีในการเลือกซื้อ หากสินค้าไม่ถูกต้องและไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแล้ว เราจะใช้กลวิธีใด ๆ ให้เขาซื้อก็ตาม เขาก็ย่อมปฏิเสธ เราอยากขายสินค้าให้เขาเราก็ต้องตามใจเขา ไม่ใช่ตามใจของเราฝ่ายเดียว ช่องทางในการหารายได้มาพัฒนาประเทศนั้น “ฮาลาล” จึงเป็นช่องทางที่เปิดกว้างมากที่สุด ง่ายที่สุด และมีปริมาณมูลค่ามากที่สุดช่องทางหนึ่ง การปฏิเสธหรือต่อต้านฮาลาล เท่ากับปิดประตู ปฏิเสธความมั่งคั่ง ร่ำรวย ซึ่งไม่เพียงจะสร้างผลกระทบต่อตนเองเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งร่ำรวยของประเทศชาติด้วย ฮาลาล จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ และเอาใจใส่พัฒนาต่อยอดให้ก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นที่ยอมรับจากมุสลิมทั้งภายในประเทศและทั่วโลก เมื่อนั้นประเทศชาติของเราจะมีศักยภาพเพียงพอในการเข้าไปขุดขุมทรัพย์ขุมมหึมานี้ แล้วขนกลับมาพัฒนาประเทศ ให้ประชาชนได้ลิมตาอ้าปาก อยู่เย็นเป็นสุข กันทั่วหน้า
