Skip navigation

(ร่าง)

หมวดที่ 1 ความทั่วไป

ข้อ 1 สมาคมนี้ มีชื่อว่า สมาคมศูนย์กลางอิสลามนครศรีธรรมราช ย่อว่า สอ.นศ. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า

Nakhonsithammarat Islamic Center Association (NICA)

ข้อ 2 เครื่องหมายสมาคม

NICA_Logo-640x640

สมาคมศูนย์กลางอิสลามนครศรีธรรมราช ย่อว่า สอ.นศ. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า

Nakhonsithammarat Islamic Center Association (NICA)

  • รูปดาวเหนือสุด หมายถึง ความเป็นหนึ่งของอิสลามที่นับถือพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว (อัลลอฮ์ ซ.บ.)
  • รูปเหลี่ยม 5 แห่ง หมายถึง อิสลามทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียว
  • ตรงกลางรูปมัสยิด หมายถึง สถานที่ละหมาดต่อพระผู้เป็นเจ้า
  • รูปจันทร์เสี้ยวมีหยกตรงกลางพันกันเป็นเกลียวเชือก หมายถึง หลักปฏิบัติ 5 ประการ และหลักศรัทธา 6 ประการ รวมเป็นหนึ่งเดียว คืออิสลาม

ข้อ 3 สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ที่ อาคารมัสยิดกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช หมู่ 3 นาทราย เมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช 80280

ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคม

4.1 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยเหลือ สนับสนุนมุสลิม ผู้ด้อยโอกาสในการศึกษา และการพัฒนาศีลธรรมคุณธรรมตามแนวทางอิสลาม

4.2 เพื่อเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมความสามัคคีในกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้สังคมมุสลิมเป็นสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นแบบอย่างของสังคมแห่งสันติสุข

4.3 เพื่อสนับสนุน ประสานงานกับหน่วยงานเอกชน องค์กร และส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมุสลิมในทุก ๆ ด้าน

4.4 เพื่อให้มุสลิมได้พัฒนาการเรียนรู้และความเข้าใจอิสลามที่ถูกต้อง สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตในพหุสังคมได้อย่างสันติสุข และเป็นตัวแทนในการสร้างความเข้าใจในเรื่องอิสลามกับชนต่างศาสนิก

4.5 เพื่อสร้างเครือข่ายกับองค์กรมุสลิมในจังหวัด ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาสังคมมุสลิมร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างมุสลิม และระหว่างมุสลิมกับศาสนิกอื่น

4.6 เพื่อเป็นองค์กรช่วยเหลือเมื่อเกิดภิบัติ ต่าง ๆ ที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือโดยด่วน โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา

4.7 เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นมุสลิมที่มีระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ความอ่อนน้อม มีจิตสาธารณะ และมีจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่อย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี

4.8 เพื่อเป็นองค์กรที่พัฒนาส่งเสริมความเป็นอยู่ สุขอนามัย และห่างไกลยาเสพติด อบายมุข ตามหลักศาสนา

4.9 ไม่ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการเมือง หรือหาผลประโยชน์ แต่มุ่งอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และสังคม

หมวดที่ 2 สมาชิก

ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมศูนย์กลางอิสลามนครศรีธรรมราช มีอยู่ 2 ประเภท คือ

5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ สมาชิกที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นเพศชายหรือเพศหญิง ที่สมัครใจที่จะร่วมมือช่วยเหลือสังคมมุสลิมจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ด้วยความสมัครใจ

5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะแก่สมาคม ที่ทางสมาคมมีมติเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคม

ข้อ 6 สมาชิกของสมาคมศูนย์กลางอิสลามนครศรีธรรมราช ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ

6.2 มีความประพฤติเรียบร้อย

6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคติดต่อ

6.4 ไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้จำคุกหรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ เว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ ในขณะสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ 7 ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาชิก

7.1 สมาชิกสามัญ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงหรือค่าลงทะเบียนใด ๆ ทั้งสิ้น

7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงหรือค่าลงทะเบียนใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 8 การสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ยื่นใบสมัคร ต่อเลขาฯการของสมาคมฯ โดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 1 คน แล้วให้เลขาฯนำเสนอต่อที่ประชุมสมาคมฯ เมื่อมีมติเป็นประการใด เลขาธิการจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบ หรือออกประกาศรายชื่อสมาชิกใหม่

ข้อ 9 กรรมการสมาคมฯ พิจารณาอนุมัติรับเป็นสมาชิกแล้ว ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่สมัคร

ข้อ 10 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีหนังสือตอบรับคำเชิญ โดยที่คณะกรรมการบริหารมีมติรับรองแล้ว

ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิก ให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังนี้

11.1 ตาย

11.2 ลาออก โดยยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการสมาคม และกรรมการสมาคมพิจารณาอนุมัติแล้ว และสมาชิกผู้นั้นชำระหนี้สิน ที่ยังค้างต่อสมาคมเรียบร้อยแล้ว

11.3 ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามที่ระบุไว้

11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก หรือคณะกรรมการบริหาร ใด้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน ในกรณีที่ผู้นั้นประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสม นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

11.5 หมดวาระตามที่กำหนดไว้

ข้อ 12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

12.1 มีสิทธิเข้าสถานที่ของสมาคม โดยเท่าเทียมกัน

12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคม ต่อคณะกรรมการบริหาร

12.3 มีสิทธิรับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

12.5 สมาชิกสามัญ มีสิทธิออกคะแนนเสียงในการแต่งตั้งกรรมการสมาคมและลงมติต่าง ๆ คนละ 1 เสียง (คะแนน)

12.6 มีสิทธิขอตรวจเอกสาร หรือบัญชีทรัพย์สินของสมาคมต่อคณะกรรมการของสมาคม

12.7 มีสิทธิเข้าชื่อรวมกัน 1 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน ทำหนังสือถึงสมาคมให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้

12.8 มีหน้าที่ปฏิบัติตนตามระเบียบของสมาคมโดยเคร่งครัด

12.9 มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินการต่าง ๆ ของสมาคม โดยไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีงามของประชาชน

12.10 มีหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3 การดำเนินกิจกรรมของสมาคม

ข้อ 13 ให้มีกรรมการสองคณะได้แก่

13.1 คณะกรรมการบอร์ด ทำหน้าที่กำหนดนโยบายของสมาคม และรับรองแผนงาน/งบประมาณของสมาคม ที่คณะกรรมการบริหารต้องนำเสนอก่อนดำเนินงานในแต่ละปี กรรมการบอร์ดมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 15 ท่าน มีวาระ 3 ปี

การแต่งตั้งกรรมการบอร์ดที่หมดวาระ ให้นำเสนอโดยนายกสมาคมภายในเวลาไม่เกิน1 เดือนหลังจากหมดวาระ โดยจะต้องได้รับการรับรองด้วยเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกในที่ประชุมของสมาชิกทั้งหมด หลังจากได้รับการแต่งตั้งแล้ว หากต้องการที่จะแต่งตั้งกรรมการบอร์ดเพิ่มเติม นายกจะต้องขอความเห็นชอบในที่ประชุมสามัญ/วิสามัญของสมาชิกทั้งหมดก่อน

คณะกรรมการบอร์ดมีนายก อุปนายกทั้งหมด เลขานุการสมาคม เหรัญญิก นายทะเบียนปฏิคมและสถานที่ ทรัพยากรและพัสดุ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง หากต้องการให้มีกรรมการบริหารอื่นอยู่ในคณะกรรมการบอร์ดเพิ่มเติม จะต้องขอความเห็นชอบในที่ประชุมสามัญ/วิสามัญของสมาชิกทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขว่า กรรมการบริหารที่อยู่ในตำแหน่งกรรมการบอร์ดทั้งหมดจะต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบอร์ด

การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบอร์ด จะต้องจะต้องขอความเห็นชอบในที่ประชุมสามัญ/วิสามัญของสมาชิกทั้งหมด

13.1 คณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่บริหารกิจการต่างๆของสมาคม ซึ่งในจำนวนนั้นคือ นายกสมาคม 1 คน อุปนายก 2 คน ที่จะต้องได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม เป็น นายกสมาคม 1 คน อุปนายก 2 คน ส่วนที่เหลือให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม คณะกรรมการบริหารจะต้องมีไม่น้อยกว่า 8 คน ในคณะกรรมการบริหารนี้ จะต้องมีตำแหน่งต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ซึ่งทำหน้าที่ดังนี้

13.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมกรรมการบริหารและประชุมใหญ่ของสมาชิกสมาคม

13.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม ในการบริหารกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามที่นายกสมาคมมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ในกรณีที่นายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ การดำเนินการแทน นายกสมาคม ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่ง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้รักษาการแทน นายกสมาคม

13.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรตามนโยบายของนายก และกรรมการบอร์ด เป็นธุรการกลางของสมาคม สรุปความก้าวหน้า สถานภาพ ของภารกิจต่างๆของสมาคม ให้กรรมการบริหารและกรรมบอร์ดทราบ ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม ที่เป็นการทำงานร่วมกันมากกว่าหนึ่งฝ่าย (ในกรณีที่เป็นการประชุมภายในของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้เป็นหน้าของเลขานุการแต่ละฝ่าย)

13.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม ทำบัญชี รับ จ่าย รวบรวม งบดุล และเก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคมเพื่อให้ตรวจสอบได้

13.5 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนของสมาชิกทั้งหมดของสมาคม พร้อมทั้งดูแลระบบสารสนเทศสมาชิกสมาคม

13.6 ทรัพยากรและพัสดุ มีหน้าที่ดูแล ให้บริการ จัดการ ควบคุม ทรัพย์สิน ของสมาคม ให้เป็นไปตามข้อบังคับ หรือข้อตกลง ที่เห็นชอบจากกรรมการบริหาร

13.7 ปฏิคมและสถานที่ มีหน้าที่บริหารจัดการ การประชุมสัมนา การพบปะสังสรรค์ ที่อยู่ในแผนงานของสมาคม ภารกิจนี้รวมไปถึงการผู้ดำเนินรายการ การจัดสถานที่ ให้การดำเนินกิจกรรมมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามข้อบังคับ หรือข้อตกลง ที่เห็นชอบจากกรรมการบริหาร

13.8 กรรมการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบ หรือแต่งตั้งโดยนายกสมาคม โดยจะต้องกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน

ข้อ 14 คณะกรรมการบริหารของสมาคม สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 3 ปี เมื่อกรรมการชุดเดิมหมดวาระ ให้มีการประชุมวิสามัญในการคัดเลือกกรรมการชุดใหม่ ในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกกรรมการชุดใหม่ ให้กรรมการชุดเดิมรักษาการไปก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการส่งต่องานอย่างเป็นทางการ

หมวดที่ 4 การประชุม

ข้อ 17 การประชุมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการบอร์ด จะต้องมีผู้เข้าประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของกรรมการทั้งหมด ถือว่าเป็นองค์ประชุม และให้ถือเอาที่มติที่ประชุมเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมชี้ขาด

ข้อ 18 ในการประชุมคณะกรรมการทั้งสอง ถ้าหากนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมด้วย ให้กรรมการในที่ประชุมเลือกตั้งกันเองให้กรรมการคนหนึ่งคนใดเป็นประธานในที่ประชุม

ข้อ 19 การประชุมใหญ่ของสมาคม มีอยู่ 2 ชนิด คือ

19.1 ประชุมใหญ่สามัญ

19.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 20 คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการบอร์ด จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือน เมษายน ของทุกปี

ข้อ 21 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะจัดขึ้นได้ โดยคณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือสมาชิกสามัญมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน ทำหนังสือถึงคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 22 การกำหนดวันประชุมใหญ่ ให้เลขาฯการเป็นผู้กำหนดวันประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดวันประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่

ข้อ 23 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

23.1 แถลงกิจการที่ทำมาในรอบปี

23.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

23.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ

23.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

23.5 เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อ 24 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าถึงกำหนดเวลานัดประชุมแล้ว มีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เพื่อเปิดการประชุมแล้ว สมาชิกสามัญที่เข้าร่วมเป็นจำนวนเท่าใด ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นวันนัดการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากคำร้องขอของสมาชิก ถ้าไม่ครบองค์ประชุมให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ 25 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 26 ในการประชุมใหญ่ของสมาชิก ถ้าหากนายกสมาคม และอุปนายกสมาคม ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 27 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามี ให้นำฝากในธนาคารกรุงไทย หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ตามมติที่ประชุม และคณะกรรมการสมาคม

ข้อ 28 การถอนเงินหรือทรัพย์สินของสมาคม จะต้องมีลายเซ็นของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนนายกสมาคม มาพร้อมกับเหรัญญิก หรือเลขาฯการ พร้อมกับประทับตราของสมาคม จึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ 29 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริหารจะอนุมัติให้จ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ 30 ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 31 เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ถือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน

ข้อ 32 ผู้สอบบัญชี ต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 33 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 34 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 35 ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 36 การเลิกสมาคม จะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้น เป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ 37 เมื่อสมาคมต้องถูกยกเลิกไป ด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากการได้ชำระบัญชีที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมัสยิดซอลาฮุดดีน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

หมวดที่ 7 บทเฉพาะกาล

ข้อ 38 ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เป็นต้นไป

ข้อ 39 เมื่อสมาคม ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้ริเริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และให้กรรมการสมาคมชุดแรก อยู่ในตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตจดทะเบียน

(ลงชื่อ ................................................................ ผู้จัดทำข้อบังคับ

(นายอัศรีย์ พงศ์ดารา)